จะสอบครูต้องรู้ ! ข้อสอบบรรจุ เรื่อง ความหมายของคำซ้อนในฉบับที่เข้าใจง่ายๆ

     จากโพสต์ที่แล้วได้เรียนรู้ความหมายของ "คำซ้ำ" ไปแล้วมันไม่ยากเกินไปใช่ไหม เมื่อมี"คำซ้ำ"ก็ต้องมี "คำซ้อน"  ความหมายของคำซ้อนคืออะไร

     คำซ้อน หมายถึง การนำคำสองคำก็ได้ หรือมากกว่าสองคำก็ได้ที่มีความหมายเหมือนกัน ตรงข้ามกัน หรือ มีความเกี่ยวข้องกันก็ได้มาเขียนซ้อนกันทำให้เกิดความหมายใหม่ หรือ เกิดความหมายเฉพาะในแบบของตัวมันเอง


    เราสามารถแยกคำซ้อนได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ

1. คำซ้อนเพื่อความหมาย เป็นการนำคำที่มีความหมายสมบูรณ์หรือมีความหมายในตัวเองอยู่แล้วมาซ้อนกัน 2 คำขึ้นไป เช่น

  ประเภทของคำที่มีความหมายเหมือนกัน เช่น
   กัก + ขัง กลายเป็น กักขัง
   กักขัง  นอน+หลับ กลายเป็น นอนหลับ

   ประเภทของคำที่ความหมายพวกเดียวกัน เช่น
   บ้าน + เรือน กลายเป็น บ้านเรือน

   ประเภทของคำที่ความหมายเกี่ยวข้องกัน เช่น
   ลูก + หลาน กลายเป็น ลูกหลาน
   เสีย + หาย กลายเป็น เสียหาย
  
   ประเภทของคำที่ความหมายตรงข้ามกัน เช่น
   เท็จ + จริง กลายเป็น เท็จจริง

2. คำซ้อนเพื่อเสียง เป็นการนำคำที่เสียงคล้ายๆกันมาซ้อนกันให่าอ่านง่ายขึ้น โดยทั้ง 2 คำอาจจะมีหรือไม่มีความหมายก็ได้
  เสียงพยัญชนะต้นเหมือนกันแต่สระต่างกัน เช่น ซับ + ซ้อน กลายเป็น ซับซ้อน  โด่ง + ดัง กลายเป็น โด่งดัง
  เสียงพยัญชนะต้นเหมือนกันและสระเหมือนกันแต่ตัวสะกดต่างกัน เช่น อัด + อั้น กลายเป็น อัดอั้น
  เสียงพยัญชนะต้นต่างกันแต่สระเหมือนกัน เช่น แร้น + แค้น กลายเป็น แร้นแค้น
  นำคำที่ไม่มีความหมายมาซ้อนกับคำที่มีความหมาย เช่น กระดูก + กระเดี้ยว กลายเป็น กระดูกกระเดี้ยว

ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำซ้อน
- จำนวนคำซ้อนอาจเป็นได้ทั้ง 2 คำ 4 คำ 6 คำ หรือเรียกอีกอย่างว่าคำคู่ก็ได้ เช่น งอแง กู้หนี้ยืมสิน อดตาหลับขับตานอน
- คำซ้อนไม่จำเป็นต้องมาจากภาษาเดียวกัน เช่น อาจจะมาจาก ไทย + เขมรก็ได้ ตัวอย่างคือ
เงียบ + สงบ = เงียบสงบ หรือ จากบาลี + สันสกฤตก็ได้ เช่น เหตุ + การณ์ = เหตุการณ์

เป็นยังไงกันบ้างพออ่านแล้วเข้าใจใช่ไหม ถ้ามีอะไรสงสัยหรืออยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมก็ถามไปทางแฟจเพจได้เลยน้าา คลิกตรงมุมขวาบนของเว็บได้เลย
   


รูปภาพธีมโดย imacon. ขับเคลื่อนโดย Blogger.