สอบครูต้องรู้ ! ข้อสอบบรรจุ เรื่อง ความหมายของ คำสมาส แบบเข้าใจไม่ยาก

ครูวัยทีนเชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนคงได้ยินบ่อยสำหรับคำว่า คำสมาส  แต่ถ้าถามว่ารู้จักความหมายมันดีหรือยังว่า คำนี้มันมีหลักสังเกตอย่างไร อืม คงส่ายหัวกันหงิกๆใช่ไหม ^o^ เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้าคำสมาสนี่ดีกว่า

มาเริ่มกันที่ คำสมาส ก่อน คำสมาสเกิดจากอะไร ? เกิดจากการนำคำในภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตมารวมกันจนเกิดเป็นคำใหม่นั่นเอง



หลักสังเกตคำสมาสมีอะไรบ้างมาดูกัน
1. เกิดจากคำมูลมารวมกันตั้งแต่สองคำขึ้นไป

2. อย่างที่กล่าวมาข้างต้น คำสมาสต้องเป็นคำที่มาจากภาษาบาลีไม่ก็มาจากภาษาสันสกฤตเท่านั้น

3. เมื่อออกพยางค์สุดท้ายมีสระอะหรือตัวการันต์ปรากฏอยู่ให้ยุบออก

4. เวลาแปลมักจะแปลจากหลังมาหน้า เช่น ราชการ แปลได้เป็น งานของพระเจ้าอยู่หัวหรืองานของพระเจ้าแผ่นดิน

5.คำบาลีสันสกฤตที่มีคำว่า พระ ซึ่งกลายเป็นเสียงที่มีจากบาลีสันสกฤต ถือว่าเป็นคำสมาสเช่นกัน
เช่น พระจันทร์

6.ส่วนมากจะลงท้ายด้วยคำว่า วิทยา ศิลป์ ภัย ภาพ กรรม ศาสตร์ ข้อนี้ควรจำไว้เลยนะ *

7.อ่านออกเสียงสระ อะ ระหว่างคำ เช่น

วิศวกรรมศาสตร์ อ่านว่า วิด-สะ-วะ-กำ-มะ-สาด
นิจศีล อ่านว่า นิด-จะ-สีน
จุลสาร อ่านว่า จุน-ละ-สาน

8. คำที่มีคำว่า การ กรรม กร คดี ธรรม บดี ภาพ ลักษณ์

ข้อสังเกตของคำสมาส
-คำที่ไม่สามารถแปลจากหลังมาหน้าได้ไม่ถือว่าเป็นคำสมาส
เช่น ประวัติวรรณคดี แปลได้ตามตัวอย่างเดียว
หรือ จะเป็นคำว่า นายกสมาคม แปลว่า นายกของสมาคมเท่านั้น ไม่สามารถแปลได้ว่า สมาคมของนายก

-คำสมาสบางคำไม่ออกเสียงสระตรงพยางค์คำหน้า เช่น
สุภาพบุรุษ อ่านว่า สุ-พาบ-บุ-หรุด ไม่อ่านว่า สุ-พาบ-พะ-บุ-หรุด
หรือ สุพรรณบุรี อ่านว่า สุ-พัน-บุ-รี ไม่อ่านว่า สุ-พัน-นะ-บุ-รี

เป็นยังไงกันบ้างพอเข้าใจมากขึ้นแล้วใช่ไหม ถ้าสงสัยตรงไหนหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถขอมาทางแฟนเพจได้เลยจ้าาา


รูปภาพธีมโดย imacon. ขับเคลื่อนโดย Blogger.